ในตลาด forex นอกจากคู่สกุลเงินแล้ว ยังมีทองคำให้เราเทรดเก็งกำไรได้ สัญลักษณ์ (symbol) ก็คือ XAU/USD นั้นเอง ซึ่ง วิธีการเทรดก็เหมือนกับการเทรดสกุลเงินทั่วไป
คำถามนี้เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนที่ผมจะรู้จัก Forex ผมสนใจ หุ้นก่อน โดยการถาม พี่ที่ office
Leverage (เลเวอเรจ) คือ ความสามารถในการก่อหนี้ ซึ่งฟังดูแล้วบางท่านอาจจะยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ถ้าจะอธิบายให้มองเห็นภาพมากขึ้น มันก็คือ ตัวขยายขนาดของเงินลงทุนเรา คือการใช้เงินจำนวนเล็กน้อย โดยโบรคเกอร์จะเพิ่มขนาดของจำนวนเงินลงทุน(ให้ยืม) ซึ่งจะมีให้เลือกว่าจะใช้ leverage เท่าไร
ค่า swap คือ ค่าผลต่างของอัตราดอกเบี้ย overnight interest บางทีก็เรียก Rollove ตามคู่เงินที่เราเทรด โดยค่า Swap มีทั้งแบบ Debit or Credit มีค่าทั้ง บวก และ ลบ
คู่สกุลเงิน และเวลา ที่นักเทรดส่วนใหญ่ นิยมเทรดกัน ได้แก่ ช่วงเช้า ตามเวลาในประเทศไทย AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย – ดอลลาร์สหรัฐ) ช่วงเวลานิยมเทรด 5.00 - 12.00 น. USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ – เยน ญี่ปุ่น) ช่วงเวลานิยมเทรด 6.00 - 12.00 น. ช่วงบ่าย ตามเวลาในประเทศไทย EUR/USD (ยูโร – ดอลลาร์สหรัฐ) ช่วงเวลานิยมเทรด 14.00 - 22.00 น. GBP/USD (ปอนด์ อังกฤษ – ดอลลาร์สหรัฐ) ช่วงเวลานิยมเทรด 14.00 - 23.00 น. USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ – ฟรังซ์ สวิตเซอร์แลนด์) ช่วงเวลานิยมเทรด 13.00 - 22.00 น.
สิ่งที่ต้องมีคือ - บัญชี สำหรับซื้อขาย ซึ่งเราต้องเปิดบัญชีกับ โบรกเกอร์ (Broker) หรือตัวแทน (Dealer) โบรกเกอร์ แนะนำคือ Exness เป็น โบรกเกอร์ที่ได้รับความนิยมและมีความน่าเชื่อถือระดับสากล เป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศ ที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตชัดเจน อีกอย่าง มีภาษาไทย และพนักงาน support คนไทย คุณสามารถอ่าน วิธีการสมัครและวิธีการเทรดสำหรับผู้เริ่มต้นได้ที่นี่ - คอมพิวเตอร์ ที่สามารถเล่นเน็ตได้ ความเร็วเน็ต 2Mb ขึ้นไป - เงินทุน ตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป
ในช่วงศตวรรษที่ 20 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สิ้นสุดลง(ค.ศ. 1939-1945) เพื่อส่งเสริมการค้าและ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน
หากพูดถึงระบบเทรดอัตโนมัติ หรือEA (Expert Advisor) ตัวที่ดีที่สุดคงตอบได้ยาก
สำหรับการลงทุนนั้นมีอยู่หลากหลายช่องทางให้เลือก ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะโฟกัสการลงทุนนั้นไปที่จุดไหน รูปแบบการทำกำไรหรือขาดทุน มีทั้งระยะสั้น-กลาง-หรือยาว แล้วแต่ความถนัดของนักลงทุนแต่ล่ะท่านที่จะเลือก
ในทุกๆของสกุลเงินจะมีธนาคารกลางที่คอยกำกับดูแลและกำหนดอัตราดอกเบี้ยประจำปี ซึ่งมีผลต่อการนำไปคำนวณค่า swap ต่างๆ